|
เมื่อเราต้องขับขี่หรือโดยสารรถ เรามักปฏิบัติตามคำเตือนทั่วไปเพื่อให้
แน่ใจถึงความปลอดภัยในการเดินทางด้วยรถยนต์ เช่นคาดเข็มขัดที่นั่ง
ปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจร และปฏิบัติตามป้ายจำกัดความเร็ว แต่เรา
อาจจะทำให้ตัวเราและครอบครัวของเรามีอันตรายได้โดยไม่รู้ตัว
พวกเราหลายคนดำเนินชีวิตไปโดยไม่สงสัยในคุณภาพของอากาศที่เรา
หายใจเข้าไป จนกว่าเราจะเผชิญกับเหตุใด ๆ เป็นต้นว่า ความสลัวของ
หมอกในบางครั้ง หรือเหตุการณ์สำคัญอื่น ๆ เช่น การระบาดของโรค
SARS ในปี 2546 ในความเป็นจริงแล้วโรคระบาด SARS นำไปสู่การการ
เปิดประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับคุณภาพของอากาศ ของนานาชาติ โดย
เฉพาะอย่างในสถานที่จำกัดเต็มไปด้วยเงื่อนไขที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ
เมื่อไม่นานมานี้ การศึกษาเกี่ยวกับคุณภาพของอากาศในห้องโดยสาร
เครื่องบิน ก็เป็นอีกเรื่อหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึง
ในห้องโดยสารรถยนต์และยานยนต์อื่น การศึกษาในครั้งแรก ๆ แสดงให้
เห็นภาวะแทรกซ้อน ยานพาหนะส่วนใหญ่มีการฟอกอากาศที่นำเข้ามา
จากภายนอกและหมุนเวียนอยู่ภายในห้องได้น้อยมาก โดยมีการหมุนเอา
อากาศนั้นกลับมาใช้อีก ซึ่งผู้ขับขี่และผู้โดยสารหายใจเอาอากาศที่ไม่ได้
มีการกลั่นกรองเข้าไปจากควัน ฝุ่นในท้องถนน และสิ่งปนเปื้อนอื่น ที่ถูก
ปล่อยออกมา มลพิษเหล่านี้ นำเราไปสู่โรคร้ายแรง เช่น มะเร็ง
คุณอาจจะตกใจเมื่อทราบว่าประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องความ
สะอาดและเมืองสีเขียว ยังไม่ผ่านมาตรฐานมลพิษ PM 2.5 (เกี่ยวกับ
เรื่องผงธุลีที่เล็กกว่า 2.5 ไมครอน) ในอากาศที่กำหนดโดย หน่วยป้องกัน
สิ่งแวดล้อมสหรัฐ (US Environmental Protection Agency ) มีมลพิษสูง
เป็นพิเศษในใจกลางเมือง บนทางหลวง และในบริเวณที่การจราจรคับคั่ง
เวบไซท์นี้ได้พัฒนาเพื่อการศึกษาของสาธารณชน ช่วยให้คุณเรียนรู้เกี่ยว
กับคุณภาพอากาศในห้องโดยสารรถของคุณ คุณสามารถใช้เครื่องมือ
ประเมินคุณภาพอากาศผ่านระบบ online ที่สะดวกในประเมินระดับ
คุณภาพอากาศในห้องโดยสารรถของคุณ พร้อมรับคำแนะนำในการปรับ
ปรุงให้ดีขึ้น เราหวังว่าเวบไซท์นี้จะเป็นประโยชน์ช่วยให้คุณขับขี่
ปลอดภัยและหายใจสะดวก
|